สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตช้า ๆ ไปกับโครงการ “พะงัน-พำนัก | Low Season, High Energy”
หลายคนกำลังเริ่มรู้สึกว่าการใช้ชีวิตไปวัน ๆ ในลูปเดิม ทำให้เริ่มมีอาการค่อย ๆ หมดไฟไปทีละน้อย แต่มีที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยไฟและพลังงานแห่งความสุข ที่จะช่วยให้ได้หลุดออกจากลูปเดิม ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาให้กลับมาเต็มไปด้วยพลังอีกครั้ง ที่ซึ่งแสงจันทร์ส่องสว่างไปทั่วผืนน้ำและขุนเขา เป็นพลังแห่งจันทราที่ว่ากันว่าจะช่วยเยียวยาอาการหมดไฟได้จริง ๆ และที่แห่งนั้นคือเกาะพะงัน สวรรค์เล็ก ๆ ใจกลางอ่าวไทย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเกาะพะงันถึง 14 ครั้ง ทรงมาจอดเรือเพื่อแวะเติมน้ำจืด และลงพระปรมาภิไธยไว้ที่โขดหินของน้ำตกธารเสด็จ มีบันทึกไว้ตอนหนึ่งใน ‘พระราชหัตเลขาประพาสแหลมมลายู’ ว่า “ฉันชอบใจลำธารที่อ่าวเสด็จ จึงให้กลับมาทอดที่นั้นขึ้นไปอาบน้ำอีกวันหนึ่ง” ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ท้องทะเล ป่าต้นน้ำ อาหาร ผู้คน และพลังแห่งคืนพระจันทร์เต็มดวง คือเสน่ห์ของเกาะพะงัน ที่ทำให้ใครต่อใครต่างต้องกลับมาอีกครั้ง และบางคนมาถึงแล้วก็ขออยู่ยาวกันไปเลย
6 คืน 7 วัน ไปชาร์จพลังกับ โครงการ ‘พะงันพำนัก| Low Season, High Energy’
สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ได้คิดโครงการฯ ขึ้นมา โดยจับมือสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญคนเมือง 5 คน ต่างสาขาอาชีพ มาพักที่เกาะพะงันถึง 6 คืน 7 วัน โดยผสมระหว่างการให้ใช้เวลาส่วนตัวกับการทำกิจกรรมเพื่อทำความรู้จักกับเกาะพะงันด้วยกัน เดือนสิงหาคมเริ่มเข้า Low Season ของการท่องเที่ยว พวกเขาทั้ง 5 ได้ก้าวออกจากอาการหมดไฟมาเป็นการสัมผัสไอแดดอุ่น ๆ ท้องฟ้าใส ทะเลสวย ฝนที่เพิ่งหยุดตกไปเมื่อเช้า เหมือนเกาะพะงันกำลังบอกว่า “ยินดีต้อนรับสู่เกาะพะงัน”


ความเงียบสงบและสวยงามของชายหาดที่เกาะพะงัน
ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมฟิวชันแบบเกาะพะงัน
เกาะพะงันในวันนี้มีเสน่ห์ของความหลากหลายทางศิลปะวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวพอดิบพอดี เป็นวัฒนธรรมแบบร่วมสมัยที่มีบรรยากาศของคาเฟ่ริมทะเลสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางอาคารไม้สองชั้นที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านการค้าเกาะพะงันมายาวนาน เกาะพะงันยังเป็นเกาะที่เอ็กซ์สตรีมแบบโรแมนติก โดยเฉพาะหาดริ้น ที่แม้ไม่ใช่ช่วงของฟูลมูนปาร์ตี้ แต่พลังของแสงจันทร์ยังสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ ซึ่งจริง ๆ แล้ว รากเหง้าของฟูลมูนปาร์ตี้บนหาดริ้นก็มีที่มาจากปาร์ตี้เล็ก ๆ ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงส่งเพื่อนชาวต่างชาติที่จะต้องกลับภูมิลำเนา ก่อนจะกลายมาเป็นปาร์ตี้อันโด่งดังระดับโลกเช่นวันนี้


วัฒนธรรมฟิวชันแบบเกาะพะงันกับการล้อมวงตีกลองของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่บนเกาะ
กิจกรรม High Energyของพะงันพำนัก และปาฏิหาริย์แห่งผู้คน
ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้ง 5 คน มีคุณเยเมนส์ ผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์และผู้เขียนบท กับคุณแมว สถาปนิกและครูสาวที่รักในการสอนศิลปะ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้คล่อง และเป็น 2 คนที่เต็มไปด้วยพลังงานของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปาร์ตี้ เดินป่า และเที่ยวรอบเกาะอย่างอิสระ ส่วนอีก 3 คน คือ คุณเกณฑ์ สาวแบงก์และครูสอนโยคะสายเวลเนส ก็เลือกกิจกรรมในจังหวะของตัวเอง ออกเดินไปทำความรู้จักกับสถานที่ใหม่ ๆ และได้พบกับปาฏิหาริย์แห่งผู้คน ได้ไปในที่ที่อยากไป โดยเจ้าบ้านคนเกาะพะงันใจดีที่นักท่องเที่ยวรุ่นเก่าต่างรู้ดีว่าคนที่นี่รับแขกกันแบบนี้มานานแล้ว คุณออมสาวนักกิจกรรมจากโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ก็ได้พบกับน้ำใจของหนุ่มน้อยชาวเกาะที่ชวนเที่ยวไปไกล ทำให้ได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของเกาะพะงัน และคุณเจี๊ยบ นักเขียนบทความ บรรณาธิการฟรีแลนซ์ ที่หลงใหลในศิลปะวัฒนธรรมของเกาะพะงัน โดยเฉพาะบ้านไม้เก่า ก็ได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ร้านขนมจีน ก๋วยเตี๋ยวโล่งโต้ง เมื่อเจ้าบ้านผู้เป็นเจ้าของรีสอร์ตพาไปชมบ้านไม้เก่าที่ยังสวยงามสมบูรณ์


(จากซ้ายไปขวา) เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติน้ำตกธารเสด็จ นำโดยเหล่าเจ้าหน้าที่ และการขับร้องเพลงกาพย์เห่เรือจากผู้ใหญ่ตัวแทนชุมชนโฉลกหลำ
กิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน
หลังจากที่ปล่อยให้ทุกคนได้พักอยู่กับตัวเองในช่วงแรกของโครงการฯ วันที่เหลือคือการได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ได้กินอาหารพื้นบ้านและอาหารทะเล โดยมีโปรแกรมดี ๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน อย่างการบวชต้นไม้ที่น้ำตกธารเสด็จ ชมพับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 เดินเที่ยวน้ำตก โดยมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานมาดูแลให้ความสะดวก ฟังเพลงกาพย์เห่เรือจากผู้ใหญ่ตัวแทนชุมชนโฉลกหลำ ชมเรือไม้เก่าลำใหญ่ที่ท่านเจ้าอาวาสวัดโฉลกหลำได้นำมาจากเกาะสมุย ลงเรือหางยาวไปดำน้ำที่หน้าอ่าวทองหลาง น้ำสีฟ้าใสและปลาเยอะจนคนที่ไม่ชอบดำน้ำยังอดไม่ได้ที่จะกระโดดลงไปแหวกว่าย รวมถึงการพาชม พาชิม ที่สวนผลไม้ออร์แกนิก ทำให้ทุกคนได้เห็นว่า เกาะพะงันมีความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินที่ปลูกอะไรก็งาม มีทุเรียนที่รสชาติอร่อยเป็นที่ยอมรับ แล้วยังมีคนเกาะพะงันที่รักและภาคภูมิใจในบ้านสวนของตัวเอง ปิดท้ายโครงการฯ กับการร่วมงาน ‘Feel All the Feelings @Phangan:ชาร์จพลังชีวิต’ ณ บริเวณลานเรือรบหลวง 713 อ่าวท้องศาลา เป็นงานยามเย็นริมทะเลที่สุดแสนจะโรแมนติก ผสมผสานระหว่างใหม่และเก่าได้อย่างน่ารัก งานนี้มีโอกาสได้ชมพิธีลอยเคราะห์แบบชาวเรือเกาะพะงันที่สมจริง และได้ร่วมวัฒนธรรมกินห่อ ถือว่าจบสวยประทับใจกันไปทุกคน


(จากซ้ายไปขวา) รับประทานอาหารพื้นบ้าน และ บรรยากาศยามเย็นในงาน ‘Feel All the Feelings @Phangan: ชาร์จพลังชีวิต’
ถึงแม้ว่าโครงการฯ จะจัดให้ถึง 7 วัน กับโปรแกรมที่เลือกสรรมาแล้ว แต่เกาะพะงันยังมีอะไรให้ค้นพบอีกมากมาย มีอีกหลายจุดชมวิว หลายน้ำตกที่ยังไม่ได้ไป อาหารขึ้นชื่ออีกหลายเมนูที่ยังไม่ได้ลองชิม และถ้าต้องเขียนแนะนำกันจริง ๆ คงต้องเขียนกันเป็นเล่ม เพราะฉะนั้นจึงอยากให้มาสัมผัสกันด้วยตัวเอง และต้องมาหลายวันเหมือนที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากันเป็นเดือนก็ยังไม่พอ เกาะพะงันคือสวรรค์กลางอ่าวไทย ที่มีพลังแห่งจันทรา และปาฏิหาริย์ของผู้คน ที่จะช่วยเยียวยาความอ่อนล้าหมดแรงของคนเมืองได้อย่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ โครงการ ‘พะงันพำนัก| Low Season, High Energy’ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีผู้สนับสนุนเหล่านี้ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน, พะงัน เบย์ชอร์ รีสอร์ท, วันเดอร์แลนด์ ฮีลลิ่ง เซ็นเตอร์, อมากิ ฮิดเด้น วัลเลย์, ปานวิมาน รีสอร์ท พะงัน, วารีวาน่า รีสอร์ท เกาะพะงัน เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน, บางกอก แอร์เวย์ส, ลมพระยา ไฮสปีด เฟอร์รี่ส์, และ Footage Found

เหล่าผู้สนับสนุนในงานวันปฐมนิเทศ
รับชมการถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของผู้เข้าร่วม โครงการ ‘พะงันพำนัก| Low Season, High Energy’ ผ่านคลิปวิดีโอสั้นได้ที่นี่ และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเกาะพะงันได้ที่เพจสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน Koh Phangan Hotel &Tourism Association
#พะงันพำนัก #LowSeasonHighEnergy #FeelPhangan

