เทรนด์อาหารจีนมาแรงไม่หยุด! YONNY สยายปีกบุกกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เพิ่ม 6 สาขาในไทย รวม 23 สาขา พร้อมเปิดโอกาสความร่วมมือด้านแฟรนไชส์ในตลาดไทย
1 min read

เทรนด์อาหารจีนมาแรงไม่หยุด! YONNY สยายปีกบุกกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เพิ่ม 6 สาขาในไทย รวม 23 สาขา พร้อมเปิดโอกาสความร่วมมือด้านแฟรนไชส์ในตลาดไทย

กระแสความนิยมอาหารจีนยังมาแรงไม่หยุด ล่าสุด YONNY แบรนด์ร้านอาหารจีนในเครือ Yu Ni Zai Yi Qi เดินหน้าบุกตลาดไทย ด้วยการเปิด 6 สาขาใหม่พร้อมกันในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ หลังสาขาต้นแบบที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ได้รับการตอบรับดีเกินคาด โดยมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยมากกว่า 80% มีอัตรากลับมาใช้บริการซ้ำมากกว่า 50% พร้อมร่วมกับ Thailand Franchise Center จัดสัมมนาการลงทุนและเปิดรับพันธมิตรแฟรนไชส์ในประเทศไทย

เปิด 6 สาขาใหม่ รองรับทุกช่วงเวลาแห่งความอร่อยของคนไทยทุกกลุ่ม

โดย คุณหม่า ไห่เทา กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ YONNY (Ma Haitao, General Manager of YONNY’s Overseas Business Division.) กล่าวว่า สาขาใหม่ทั้ง 6 แห่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าหลักของกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป บางสาขามีหน้าร้านยาวกว่า 23 เมตร และใช้รูปแบบร้านเจเนอเรชัน 6.0 ซึ่งรวมเมนูซิกเนเจอร์ ซวนไฉ่อวี๋ (Suancai Fish) หรือที่รู้จักในต่างประเทศว่า Sauerkraut Fish ซึ่งก็คือ เมนูปลาต้มผักกาดดองอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกรวมเข้ากับเมนูมินิฮอตพอท หม้อไฟขนาดเล็กที่ลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบได้เอง รองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว คนรุ่นใหม่ และนักเดินทาง ครอบคลุมตั้งแต่มื้อด่วนสำหรับคนเดียว และการรับประทานอาหารเป็นกลุ่มช่วงมื้อบ่ายไปจนถึงมื้อดึก

ด้านการตลาด YONNY พัฒนาแคมเปญ Six Fish โดยใช้มาสคอตปลาการ์ตูน 6 คาแรกเตอร์เป็นตัวแทนของแต่ละสาขา เชื่อมโยงความหมายมงคลของเลข 6 และสัญลักษณ์ปลาในวัฒนธรรมจีนเข้ากับตลาดไทย พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช็กอิน สะสมตราประทับแลกรางวัล และร่วมงานกับครีเอเตอร์สายอาหารในประเทศไทยผ่าน Facebook, Instagram และ X ในขณะที่การออกแบบร้านยังคงกลิ่นอายแบบจีน แต่ปรับรายละเอียดให้เหมาะกับรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมจัดมุมถ่ายภาพและโปรโมชันสำหรับทดลองเมนูในช่วงเปิดร้าน เพื่อดึงดูดทั้งลูกค้าในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

รสเปรี้ยวและเผ็ด จุดเชื่อมอาหารจีนกับผู้บริโภคไทย

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ YONNY มองเห็นโอกาสในประเทศไทย คือพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่คุ้นเคยกับอาหารรสเปรี้ยวและเผ็ด ซึ่งสอดคล้องกับรสชาติของเมนูปลาต้มผักกาดดอง โดย YONNY ใช้ปลาต้มผักกาดดองเป็นเมนูหลัก และเสริมด้วยเมนูฮอตพอท ลวกต้มแบบเลือกวัตถุดิบเองได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้เหมาะกับโอกาสการรับประทานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เมนูปลาต้มผักกาดดองผัดร้อน (Signature Hot-Oil Suancai Fish) และปลาต้มผักกาดดองสูตรดั้งเดิม (Traditional Laotan Suancai Fish) ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เมนูมินิฮอตพอท ลวกต้ม ตอบโจทย์ช่วงเวลาการรับประทานที่หลากหลายและได้รับการตอบรับอย่างดี นอกจากนี้ อาหารจีนประเภทผัด เช่น ไก่ผัดสูตรหลินอี๋และหมูผัดพริก ยังกลายเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยอีกด้วย

ทั้งนี้สาขาต้นแบบที่เซ็นทรัลเวสต์เกต มีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยมากกว่า 80% อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำมากกว่า 50% สะท้อนว่าเมนูของ YONNY สามารถเข้าถึงผู้บริโภคคนไทยได้เป็นอย่างดี

เบื้องหลังการขยายสาขา คือโมเดลธุรกิจแบบครบวงจรของ YONNY

ก่อนเข้าสู่ประเทศไทย YONNY ได้ทดลองขยายธุรกิจในประเทศมาเลเซีย โดยเปิด 6 สาขาพร้อมกันมาแล้ว 2 รอบ และสามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครือร้านอาหารจีนที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในมาเลเซียภายในเวลาเพียง 10 เดือน ประสบการณ์ดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็นรูปแบบการขยายธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งสินค้า ทำเล การดำเนินงาน ซัพพลายเชน และระบบแฟรนไชส์ โดยปรับรายละเอียดให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของแต่ละประเทศ

ทั้งนี้ YONNY เปิดสาขาแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 และหลังจากเปิด 6 สาขาใหม่พร้อมกันในครั้งนี้  YONNY จะมีสาขาในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 23 แห่ง นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่า YONNY ได้ขยายตลาดในประเทศไทยโดยเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบการเปิดสาขาเดี่ยว มาเป็นการขยายธุรกิจในวงกว้างอย่างสมบูรณ์

ผนึกกำลังศูนย์การค้าชั้นนำ วางระบบรองรับการเติบโต

อีกหนึ่งกลยุทธ์ของ YONNY  คือการสร้างความร่วมมือกับศูนย์การค้ารายใหญ่ ได้แก่ Central และ The Mall Group เพื่อเข้าถึงทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าหลัก ทั้งครอบครัว คนรุ่นใหม่ และนักเดินทาง โดยในจำนวน 6 สาขาใหม่ มี 2 สาขาตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าหลักภายใต้เครือ Central ด้านซัพพลายเชน แบรนด์ใช้ระบบจัดหาวัตถุดิบแบบผสมผสาน โดยวัตถุดิบสำคัญที่กำหนดรสชาติ เช่น ปลา ผักกาดดอง และน้ำซุป ผลิตตามมาตรฐานจากจีนเพื่อรักษารสชาติให้สม่ำเสมอ ขณะที่ผักและวัตถุดิบสดรายวันคัดเลือกจากผู้ผลิตในประเทศไทย โดย YONNY ได้ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่นพัฒนาระบบคลังสินค้าและการจัดส่ง เพื่อรองรับการดำเนินงานหลายสาขาพร้อมกัน

ด้านบุคลากร YONNY ใช้ทีมงานที่ผสานบุคลากรหลักจากจีนกับทีมงานในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การก่อสร้างร้าน การฝึกอบรม การจัดการระบบดิจิทัล การตลาด การบริหารซัพพลายเชน พร้อมพัฒนารูปแบบการสนับสนุนสำหรับผู้ลงทุนชาวไทยเชื้อสายจีน ผู้ประกอบการไทย และนักธุรกิจจีนที่ต้องการขยายกิจการสู่ต่างประเทศ แทนที่จะนำรูปแบบการดำเนินงานจากจีนมาใช้ทั้งหมด YONNY ปรับบริการให้เข้ากับวัฒนธรรมและพฤติกรรมการรับประทานของลูกค้าชาวไทย เช่น การเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้เวลาในการรับประทานอาหารและสังสรรค์มากขึ้น ภายใต้แนวทางที่ใช้มาตรฐานเดียวกันในระดับสากล แต่กำหนดกลยุทธ์และการดำเนินงานให้เหมาะกับประเทศไทย

จากการเปิดร้าน สู่การสร้างระบบธุรกิจระยะยาวในตลาดต่างประเทศ

YONNY มองว่าการขยายธุรกิจร้านอาหารจีนในต่างประเทศกำลังเปลี่ยนจาก การนำเมนูและรูปแบบร้านจากจีนมาใช้โดยตรง ไปสู่การสร้างระบบธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจตลาดท้องถิ่น การบริหาร ซัพพลายเชน การทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านศูนย์การค้า และการพัฒนาเครือข่ายแฟรนไชส์

ปัจจุบัน Yu Ni Zai Yi Qi มีร้านมากกว่า 2,700 สาขาทั่วโลก ครอบคลุมประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาเหนือ บริษัทได้รับการรับรองจาก Frost & Sullivan ให้เป็น อันดับ 1 ในตลาด Global Sauerkraut Fish Market โดยมีเครือข่ายร้านอาหารเมนูปลาต้มผักกาดดอง (Sauerkraut Fish) มากที่สุดในโลก และเป็นแบรนด์ร้านอาหารจานด่วนประเภทข้าวที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศจีน นอกจากนี้แบรนด์ยังได้รับรางวัล Value Brand of the Year จาก Forbes อีกด้วย

ในระยะต่อไป YONNY มีแผนขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ทั้งในด้านการขยายสาขา การพัฒนาพันธมิตรแฟรนไชส์ และการสร้างฐานผู้บริโภคท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *