ผลงานประติมากรรมของวาเลรี กูตาร์ (Valérie Goutard หรือ Val) เตรียมนำเสนอผลงานชุดสำคัญในงาน Art Taipei 2026 ร่วมกับ Philippe Staib Gallery
Philippe Staib Gallery เตรียมนำเสนอผลงานประติมากรรมชุดสำคัญของ วาเลครี กูตาร์ (วาล, พ.ศ. 2510–2559) ศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับที่เคยพำนักและทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ภายในงาน Art Taipei 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 ณ บูธ A11
การจัดแสดงครั้งนี้รวบรวมผลงานประติมากรรมจำนวนมากจากคอลเลกชันของแกลเลอรี โดยมีผลงานหลายชิ้นที่ไม่เคยนำออกจัดแสดงอีกเลยนับตั้งแต่การจากไปของ Val ในปี พ.ศ. 2559 การนำเสนอผลงานในปีนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สำรวจความหลากหลายของภาษาทางประติมากรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ พร้อมค้นพบผลงานที่ไม่ได้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนมาเป็นเวลานานถึงหนึ่งทศวรรษอีกครั้ง



แกลเลอรีผู้มีบทบาทสำคัญบนเส้นทางศิลปะของ Val
Philippe Staib Gallery มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางอาชีพศิลปินของ Val สู่เวทีนานาชาติ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 แกลเลอรีได้จัดนิทรรศการย้อนหลังผลงานของเธอในชื่อ Anatomy of a Creative Path ณ พิพิธภัณฑ์ของสถาบัน Central Academy of Fine Arts (CAFA) กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน นิทรรศการดังกล่าวรวบรวมผลงานประติมากรรมกว่า 40 ชิ้น เพื่อถ่ายทอดพัฒนาการทางศิลปะของเธอตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ
นอกจากนี้ Philippe Staib Gallery ยังเป็นผู้ดำเนินการขายผลงานประติมากรรมชุดขนาดมหึมา Du chaos à la sagesse ของวาล ซึ่งได้รับการติดตั้งบนเนินเขาที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองไถจง ประเทศไต้หวัน ในปี พ.ศ. 2560
ประติมากรชาวฝรั่งเศสผู้พัฒนาผลงานศิลปะบนผืนแผ่นดินเอเชีย
Val ย้ายมาพำนักในกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2547 และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะส่วนใหญ่ของเธอที่นี่ โดยทำงานร่วมกับโรงหล่อในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด แม้จะเป็นศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก แต่เธอก็ได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมที่มีเอกภาพจำนวนทั้งสิ้น 341 ชิ้น โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางของการสำรวจทางศิลปะ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างร่างมนุษย์ พื้นที่ สถาปัตยกรรม และสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ประติมากรรมรูปมนุษย์ที่มีรูปร่างสูงเพรียวและมักไร้ใบหน้าของเธอ ถ่ายทอดท่วงท่าและประสบการณ์ของมนุษย์ผ่านปฏิสัมพันธ์ระหว่างมวลรูปทรงทึบตันกับพื้นที่ว่าง ธีมสำคัญที่ปรากฏอย่างต่อเนื่องในผลงานของเธอ ได้แก่ ความสมดุล ความโดดเดี่ยว ความรัก อิสรภาพ และความหวัง
ในปี พ.ศ. 2553 ผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ Urban Life ได้รับการจัดแสดงในงาน Jing’An International Sculpture Project ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับพื้นที่สาธารณะผ่านงานประติมากรรมของเธอ
ผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ในช่วงหลังของเธอยังรวมถึง Ocean Utopia งานประติมากรรมจัดวางใต้น้ำแบบถาวรบริเวณนอกชายฝั่งเกาะเต่า ประเทศไทย และ Du chaos à la sagesse ผลงานประติมากรรมเชิงเรื่องเล่าที่มีความยาว 36 เมตร ประกอบด้วยฉากต่อเนื่องกัน 7 ฉาก ถ่ายทอดการเดินทางจากความโกลาหลไปสู่ปัญญา
สานต่อมรดกทางศิลปะของ Val
นับตั้งแต่การจากไปของ Val เฟรเดอริก โมเรล (Frédéric Morel) สามีของเธอ ได้สานต่อภารกิจที่ทั้งสองเคยร่วมกันริเริ่ม โดยรับหน้าที่ดูแลมรดกทางศิลปะของเธอ จัดนิทรรศการ และรวบรวมจัดทำ Catalogue Raisonné หรือบัญชีรวบรวมผลงานศิลปะฉบับสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันได้บันทึกผลงานประติมากรรมไว้ทั้งสิ้น 341 ชิ้น พร้อมข้อมูลนิทรรศการ ผลงานประติมากรรมจัดวางในพื้นที่สาธารณะ และเอกสารจดหมายเหตุที่บอกเล่าพัฒนาการทางศิลปะของเธอ
การนำเสนอผลงานในงาน Art Taipei ร่วมกับ Philippe Staib Gallery เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปะของ Val ตลอดจนรักษาการปรากฏของผลงานเธอบนเวทีศิลปะนานาชาติ โดยอาศัยความร่วมมือกับแกลเลอรี นักสะสม และสถาบันต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนผลงานของเธอมาโดยตลอด
