ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวไทยย้ำการบริการคือกุญแจสำคัญสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ด้าน Booking.com ยกย่องพาร์ทเนอร์คู่ค้าผู้มอบบริการอันเป็นมิตรด้วยรางวัล Traveller Review Awards 2026
1 min read

ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวไทยย้ำการบริการคือกุญแจสำคัญสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ด้าน Booking.com ยกย่องพาร์ทเนอร์คู่ค้าผู้มอบบริการอันเป็นมิตรด้วยรางวัล Traveller Review Awards 2026

Booking.com ผู้นำด้านการเชื่อมต่อผู้เดินทางกับตัวเลือกด้านการเดินทางต่าง ๆ ระดับโลกไม่ว่าจะเป็นเที่ยวบิน รถเช่า และแท็กซี่สนามบินได้ยกย่องพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านการเดินทางที่มอบบริการอันยอดเยี่ยมและการต้อนรับอันอบอุ่น ณ งานประกาศรางวัล Traveller Review Awards 2026 ในปีนี้มีพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านที่พัก รถเช่า และแท็กซี่สนามบินจำนวน 16,692 รายที่ได้รับรางวัลด้วยคะแนนรีวิวเฉลี่ย 8.8 คะแนน อ้างอิงจากการรีวิวของผู้เดินทางทั่วโลก 4,228,972 รีวิว (โดยแบ่งเป็นผู้ให้บริการด้านที่พักจำนวน 16,670 ราย ผู้ให้บริการด้านรถเช่า 17 ราย และผู้ให้บริการแท็กซี่สนามบิน 5 ราย)

แม้พาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านการเดินทางในประเทศไทยจะได้รับยกย่องการให้บริการด้วยรางวัลดังกล่าว แต่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดหากเป็นอีกหนึ่งก้าวที่จะช่วยผลักดันและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพสำหรับผู้เดินทางทั่วโลก ในงานประกาศรางวัลครั้งนี้ได้จัดการเสวนาภายใต้หัวข้อ “ท่ามกลางตลาดการท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง ประเทศไทยจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เดินทางในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งคุณภาพได้อย่างไร” ระหว่างตัวแทนจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพูดคุยหารือแนวทางที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางและเสริมสร้างการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในประเทศไทย

จากคะแนนรีวิวสู่จุดหมายปลายทางอันโดดเด่น

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงของตลาดการท่องเที่ยว Booking.com ได้ประกาศผลรางวัล Traveller Review Awards 2026 ว่า พังงา ประเทศไทย ติดหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของโลก* คุณบรานาวัน อรุลโจธี ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com กล่าวว่าการบริการอันเลื่องชื่อของผู้ให้บริการด้านการเดินทางชาวไทยทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของผู้เดินทางทั่วโลก อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้พวกเขากลับมาเยือนประเทศไทยซ้ำ ๆ คือคาแรกเตอร์หรือความเป็นคนไทยที่ต้อนรับผู้เดินทางด้วยใจและรอยยิ้ม

เมื่อพูดถึงวิธีดึงดูดผู้เดินทางให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สิ่งที่สำคัญคือการทำความเข้าใจพฤติกรรมและความคาดหวังของพวกเขาซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยคุณนรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าความคาดหวังของผู้เดินทางสามารถแบ่งออกเป็น 4 มิติ คือ มองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวอันแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร แต่ต้องเผื่อแผ่หรือสร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่ชุมชนท้องถิ่น ขณะเดียวกันพวกเขาต้องรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยที่จะเดินทางไปยังสถานที่นั้น ๆ ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อจุดหมายปลายทางที่ไปเยือนมากขึ้น “ปัจจุบัน ผู้เดินทางไม่ได้มองหาแค่จุดหมายปลายทาง แต่พวกเขายังมองหาประสบการณ์ที่มีคุณค่าหรือ Meaningful Experiences นอกจากนี้ความรับผิดชอบต่อจุดหมายปลายทางไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำ และเมื่อทำแล้ว ผู้เดินทางก็จะรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง” คุณนรินทร์กล่าว

นอกจากนี้คุณนรินทร์ยังเปิดเผยอีกว่าเพื่อทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ททท. ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณโดยกำลังปรับเปลี่ยนองค์กรให้กลายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Organization) โดยจะมีการนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์เพื่อติดตามจำนวนผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยและพฤติกรรมของพวกเขา รวมถึงคาดการณ์แนวโน้มเทรนด์การเดินทางในอนาคตหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ไปจนถึงใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นอธิบายความท้าทายและโอกาสต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กร

เมื่อความต้องการเฉพาะตัวกำหนดคะแนนรีวิว

ขณะที่ผู้เดินทางต่างตามหาความเป็นตัวเองและรู้ถึงความต้องการเฉพาะตัวของพวกเขามากกว่าที่เคย สองที่พักคู่ค้าซึ่งได้รับรางวัล Traveller Review Awards 2026 จาก Booking.com ที่มอบบริการอันยอดเยี่ยมและการต้อนรับอันอบอุ่นอย่างสม่ำเสมอได้ร่วมแบ่งปันทัศนะและมุมมองของพวกเขาในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของผู้เดินทางโดยเน้นแนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริงตั้งแต่การบริหารธุรกิจไปจนถึงการให้บริการที่นำไปสู่รีวิวเชิงบวกจากผู้เข้าพักจริง

คุณนิคลาส จอห์น มาราทอส รองประธานฝ่ายการขาย ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่าการท่องเที่ยวในปัจจุบันมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับประสบการณ์และคุณค่ามากยิ่งขึ้น โดยนักเดินทางมองหารูปแบบการเดินทางที่มีทั้งความแตกต่างและมีความหมาย “กลุ่มดุสิตธานีจึงมุ่งเน้นการนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์รายบุคคลและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละจุดหมายปลายทางโดยอาศัย AI และข้อมูลเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจผู้เข้าพักและถ่ายทอดการบริการในแบบดุสิตได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละสถานที่ ภายใต้แนวคิด Gracious Hospitality เราผสานแนวทางด้านสุขภาวะและความยั่งยืนเข้ากับการออกแบบการเข้าพัก พร้อมนำจุดแข็งด้านความเป็นไทยมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมควบคู่กับอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ มีความสมดุล และน่าจดจำอย่างแท้จริง” คุณนิคลาสอธิบาย

ด้านคุณนีโน่ เคิร์ตสคาเลีย ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายอีคอมเมิร์ซและประสบการณ์ดิจิทัลของเลอบัว ระบุว่าเนื่องจากผู้เดินทางทุกคนรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรและให้คุณค่ากับประสบการณ์จริงที่พวกเขาได้รับ การมอบบริการที่จริงใจซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลจะช่วยสร้างความประทับใจแก่พวกเขาได้อย่างยาวนาน คุณนีโน่ยังเสริมต่อว่า “บริการที่ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้เข้าพักแต่ละคนคือสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันการรักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะผู้เดินทางมักจะหยิบยกรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มาเขียนไว้ในรีวิว”

รางวัล Traveller Review Awards 2026

ในด้านการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางหรือที่พักของผู้เดินทาง ประสบการณ์และกิจกรรมที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะตัวของพวกเขากลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณบรานาวันกล่าวและเสริมว่า “รีวิวยังคงมีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งรีวิวบน Booking.com ที่เขียนโดยผู้เดินทางจริงและสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์จริงที่ได้รับจะช่วยให้ผู้เดินทางตัดสินใจได้ว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขามากที่สุด”

“พวกเราต้องการที่จะยกย่องพาร์ทเนอร์คู่ค้าของเราที่ทำงานอย่างหนักด้วยรางวัล Traveller Review Awards เพราะเรารู้ว่ารีวิวจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้เดินทางกำลังบอกต่อเรื่องราวและบริการที่พวกเขาได้รับให้กับผู้เดินทางในอนาคต และรางวัลนี้คือหนึ่งในวิธีกล่าว ‘ขอบคุณ’ จากพวกเราทุกคนที่ Booking.com และผู้เดินทางอีกหลายล้านคนทั่วโลก” คุณบรานาวันกล่าวปิดท้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *