โรยัล เอ็นฟีลด์ เผยโฉม ‘Himalayan 750’ ขุมพลัง 2 สูบ ยกระดับสายลุย  นำทัพปลุกจิตวิญญาณสายแอดเวนเจอร์ในงาน EICMA 2026
1 min read

โรยัล เอ็นฟีลด์ เผยโฉม ‘Himalayan 750’ ขุมพลัง 2 สูบ ยกระดับสายลุย  นำทัพปลุกจิตวิญญาณสายแอดเวนเจอร์ในงาน EICMA 2026

  เพื่อเป็นการปิดฉากปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีอันยิ่งใหญ่ โรยัล เอ็นฟีลด์ (Royal Enfield) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc – 750cc) กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งบนเวทีโลก ณ งาน EICMA 2026 ส่งต่อเรื่องราวกว่าหนึ่งศตวรรษเข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ผ่านกองทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พร้อมนิยามมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสองล้อ

ก้าวข้ามปีแห่งความทรงจำนี้ โรยัล เอ็นฟีลด์ ขนทัพผลิตภัณฑ์ระดับเรือธง ขยายขอบเขตวัฒนธรรมมอเตอร์ไซค์ผ่านโปรเจกต์ Custom World และไลฟ์สไตล์แฟชั่น พร้อมทั้งเผยโรดแมปแห่งอนาคตของ Flying Flea แบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับ City+

ไฮไลต์ที่สั่นสะเทือนเวทีคือการเปิดตัว Himalayan 750 ที่เหล่าไบค์เกอร์ตั้งตาคอย ในฐานะรถจักรยานยนต์รุ่นแรกของโรยัล เอ็นฟีลด์ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 743cc ใหม่ล่าสุด สานต่อเจตนารมณ์ตลอดทศวรรษในการเปิดโลกการผจญภัยให้ทุกคนได้สัมผัส ผสานความบึกบึนและเรียบง่ายเข้ากับสมรรถนะระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในทุกเส้นทาง

เคียงข้างกันคือการปรากฏตัวของ Continental GT 750 วิวัฒนาการขั้นสุดของคาเฟ่เรเซอร์ขนานแท้ ที่ดึงดูดทุกสายตาด้วยดีไซน์เรโทรผสานความดุดันร่วมสมัย ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2 สูบ 743cc เวอร์ชันอัปเกรด ส่งผลให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถจักรยานยนต์ที่สมรรถนะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรยัล เอ็นฟีลด์อย่างแท้จริง

ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้า โรยัล เอ็นฟีลด์ ได้พาทุกคนก้าวข้ามขีดจำกัดด้วย Flying Flea S6 รถสแครมเบอร์ในเฉดสี Dart Yellow และ Lightning Grey ที่ต่อยอดความคล่องตัวจากตระกูล City+ พร้อมลุยทั้งตรอกซอกซอยในเมืองและเส้นทางธรรมชาติ ด้วยมอเตอร์แรงบิดสูงและโครงสร้างตัวรถที่เบาเป็นพิเศษ มอบความสนุกเร้าใจในทุกโค้ง

คุณ บี. โกวินดาราจัน (B. Govindarajan) กรรมการผู้จัดการ Eicher Motors Ltd. และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรยัล เอ็นฟีลด์ (Royal Enfield) เผยถึงทิศทางในครั้งนี้ว่า “ตลอด 125 ปีที่ผ่านมา โรยัล เอ็นฟีลด์ เติบโตโดยไม่เคยทิ้งรากเหง้าแห่งปรัชญา Pure Motorcycling ในงาน EICMA ปีนี้ เรากำลังก้าวไปสู่อนาคตที่หลอมรวมมรดกงานดีไซน์เข้ากับวิศวกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่จริง เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอและสร้างคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

“ก้าวสำคัญของเราเริ่มต้นด้วย Himalayan 750 ที่ต่อยอดจากตำนาน 10 ปีของ Himalayan เติมเต็มสมรรถนะและความสามารถที่เหนือกว่า พร้อมรักษาจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไว้อย่างเต็มเปี่ยม เช่นเดียวกับ Continental GT 750 ที่ยกระดับคาเฟ่เรเซอร์ให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น และสำหรับสายอีวี Flying Flea S6 จะเปิดมุมมองใหม่ของการเดินทางในเมืองด้วยความเบาและความคล่องตัวขั้นสุด นอกจากนี้ การร่วมมือกับ Deus Ex Machina ในรุ่น Shotgun 650 ‘Son of a Gun’ รวมถึงคอลเลกชันเครื่องแต่งกาย 1901 ยังช่วยตอกย้ำความตั้งใจของเราในการส่งมอบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่อีกด้วย”

PRODUCT HIGHLIGHTS

HIMALAYAN 750 – BUILT FOR NEW FRONTIERS ก้าวสู่พรมแดนใหม่แห่งการผจญภัย

10 ปีหลังจากการแจ้งเกิดของ Himalayan 411 ที่เปลี่ยนนิยามการท่องเที่ยวผจญภัยให้เป็นเรื่องใกล้ตัว วันนี้ โรยัล เอ็นฟีลด์ ยกระดับความเร้าใจไปอีกขั้นกับ Himalayan 750 รถ 750cc รุ่นแรกของแบรนด์ ที่สร้างขึ้นจากแนวคิด “โดยนักขี่ เพื่อนักขี่” หัวใจสำคัญคือเครื่องยนต์ 2 สูบ (Parallel-twin) 743cc ระบายความร้อนด้วยอากาศและออยล์คูลเลอร์ ให้แรงบิดสูงสุด 63 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงถึง 90% ตั้งแต่ 3,500 รอบ/นาที มอบพละกำลังที่พร้อมตอบสนองทุกสถานการณ์ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่กลมกลืน ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ, ระบบ IMU 6 แกน, Cornering ABS, Traction Control ที่ตอบสนองตามองศาการเอียง รวมถึงวงล้อ 19″/17″ แบบไร้ยางใน (Tubeless) ทั้งล้อซี่ลวดและล้อแม็ก ตอบโจทย์การเดินทางไกลด้วยฟีเจอร์ครบครัน รองรับน้ำหนักบรรทุกถึง 195 กก. พร้อมลุยทริประยะยาวได้อย่างไร้กังวล

Continental GT 750: ตำนานคาเฟ่เรเซอร์ที่ทรงพลังที่สุด

การกลับมาของ Continental GT 750 คือบทพิสูจน์ถึงความหลงใหลในความเร็วและสไตล์ คาเฟ่เรเซอร์รุ่นนี้ผสานเสน่ห์เหนือกาลเวลาเข้ากับดีไซน์ที่ดุดันและเฉียบคมยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2 สูบ 743cc พิกัดใหม่ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่โรยัล เอ็นฟีลด์เคยผลิตมา แม้จะก้าวกระโดดทั้งด้านสมรรถนะและงานประกอบ แต่ตัวรถยังคงรักษาจิตวิญญาณแบบอะนาล็อกเอาไว้ ผสานความล้ำสมัยผ่านหน้าจอ TFT ทรงกลมแบบไฮบริด มีให้เลือกทั้งแบบสวมแฟริ่งและไม่สวมแฟริ่ง พร้อม 3 เฉดสีสะดุดตาอย่าง Red Line, TT Blue และ Master Clean

Flying Flea S6: สแครมเบอร์ไฟฟ้าสไตล์ City+

Flying Flea S6 (FF S6) คือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในคราบสแครมเบอร์ที่ฉีกทุกกรอบการเดินทางในเมือง สร้างขึ้นบนโครงสร้างน้ำหนักเบาและแชสซีส์ที่คล่องตัว รองรับทั้งผิวถนนขรุขระ ทางฝุ่น หรือแทร็กออฟโรดได้อย่างสนุกสนาน มอบความคล่องตัวให้ไบค์เกอร์ลัดเลาะเมืองได้อย่างมั่นใจ ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Fleaware.OS ผ่านหน้าจอสัมผัสทรงกลม พร้อมโหมดขับขี่ลุยทางฝุ่น (Off-road mode) ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เตรียมวางจำหน่ายในฤดูร้อนปี 2027 ใน 2 เฉดสี ได้แก่ Dart Yellow และ Lightning Grey

วัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ (MOTORCYCLING CULTURE)

  • Shotgun 650 ‘Son of a Gun’ x Deus Ex Machina: การจับมือระดับไอคอนกับแบรนด์แต่งรถชื่อดังอย่าง Deus Ex Machina ถือกำเนิดเป็นรถคัสตอมสุดยูนีค และเตรียมผลิตรุ่น Limited Edition เพียง 100 คันทั่วโลก โดดเด่นด้วยโทนสีแดง ครีม ทอง เครื่องยนต์บล็อก 650cc ฝาครอบสี Piano Black พร้อมแจ็คเก็ตที่ระลึกดีไซน์พิเศษเฉพาะเซ็ตนี้
  • 1901 Apparel Collection: คอลเลกชันเครื่องแต่งกายสะท้อนการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ นำเสนอโลโก้ตราสัญลักษณ์ Cannon โฉมใหม่ ผสานงานดีไซน์พรีเมียมเข้ากับกลิ่นอายมรดกดั้งเดิมของแบรนด์

คอมมูนิตี้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด (COMMUNITY)

จิตวิญญาณแห่ง Pure Motorcycling ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ผ่านคอมมูนิตี้ระดับโลก อาทิ งาน Himalayan Base Camp ที่เตรียมกลับมาสร้างความประทับใจ ณ ภูมิภาคลาดัก ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน 2027 และมหกรรมรวมพลคนรักมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีอย่าง Motoverse ณ รัฐโกอา ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 27–29 พฤศจิกายน 2026 นี้ ที่พร้อมต้อนรับชาวสองล้อจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันอีกครั้ง!

#EICMA2026 #RoyalEnfield #RoyalEnfieldThailand #PureMotorcycling #Himalayan750

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกช่องทางของ Royal Enfield Thailand

Facebook: Royal Enfield Thailand | Instagram: Royal Enfield Thailand 

TikTok: Royal Enfield Thailand YouTube: Royal Enfield Thailand 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *