ใครคือนักเดินทางที่เดินทางมากที่สุดในโลก? เปิดผลสำรวจล่าสุดจากเวที ETF ผลสำรวจจากผู้เข้าร่วมงาน Extraordinary Travel Festival ครั้งที่ 3 (ETF III) ในกรุงเทพฯ พบว่า 59% เคยเดินทางไปแล้วอย่างน้อย 100 ประเทศ ขณะที่ 17% เดินทางครบทั้ง 193 ประเทศทั่วโลก และอีก 15% ใช้ชีวิตแบบไม่มีที่อยู่อาศัยถาวร
Extraordinary Travel Festival (ETF) งานรวมตัวครั้งใหญ่ของกลุ่มนักเดินทางที่เดินทางมากที่สุดในโลก เผยแพร่ผลสำรวจผู้เข้าร่วมงานครั้งที่ 3 (ETF III) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ
ผลสำรวจสะท้อนข้อมูลและสถิติของกลุ่มนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทาง ทั้งจำนวนตราประทับในหนังสือเดินทาง จำนวนเที่ยวบิน และจำนวนประเทศที่เคยไปเยือน โดยนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมว่าเป็นใคร มาจากที่ใด มีประสบการณ์เดินทางมากน้อยเพียงใด รวมถึงจุดหมายปลายทางที่ยังต้องการเดินทางไปเยือนในอนาคต
ชุมชนนักเดินทางที่ใช้จำนวนประเทศเป็นตัวชี้วัด
ผู้เข้าร่วมงาน ETF เคยเดินทางไปเยือนประเทศต่าง ๆ โดยเฉลี่ย 106 ประเทศ จากทั้งหมด 193 ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (UN) โดย 59% เคยเดินทางมาแล้วอย่างน้อย 100 ประเทศ และ 17% เดินทางครบทั้ง 193 ประเทศ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่มีผู้คนทั่วโลกเพียงประมาณ 500 คนเท่านั้นที่ทำได้
สำหรับนักเดินทางกลุ่มนี้ การเดินทางให้ครบตามจำนวนประเทศถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ โดย 37% ตั้งเป้าเดินทางให้ครบทั้ง 193 ประเทศสมาชิก UN ขณะที่ 27% มีเป้าหมายเดินทางไปยังประเทศและจุดหมายปลายทางมากกว่านั้น ตั้งแต่ 195, 204 ไปจนถึง 225 แห่งขึ้นไป โดยนับรวมดินแดนและภูมิภาคที่มีข้อพิพาทด้วย
NomadMania (20%), Most Traveled People (17%) และ Travelers’ Century Club (16%) เป็นชมรมจัดอันดับนักเดินทางที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม นักเดินทางกลุ่มนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแข่งขันด้านจำนวนประเทศเพียงอย่างเดียว โดยผู้เข้าร่วมงานเกือบหนึ่งในสาม (32%) ระบุว่าไม่ได้ตั้งเป้าหมายด้านจำนวนประเทศที่ต้องเดินทางไปเยือน แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทางมากกว่าตัวเลข
เกิดในประเทศหนึ่ง แต่ใช้ชีวิตได้ทั่วโลก
ผู้เข้าร่วมงานเกิดใน 47 ประเทศทั่วโลก โดย 34% เกิดในสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือสหราชอาณาจักร 7% ฟิลิปปินส์และออสเตรเลียประเทศละ 5% ส่วนเดนมาร์กและแคนาดามีสัดส่วนประเทศละ 4% อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ผู้เข้าร่วมงานอาศัยอยู่ในปัจจุบันกลับแตกต่างจากประเทศเกิด โดย 15% ใช้ชีวิตแบบ Nomad หรือไม่มีถิ่นที่อยู่ถาวร ทำให้กลุ่มนี้เป็นสถานที่พำนักที่พบมากเป็นอันดับสอง รองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสัดส่วน 28%
ขณะเดียวกัน ประเทศที่เป็นจุดหมายของชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยได้รับความนิยมเช่นกัน แม้ผู้เข้าร่วมงานไม่ถึง 1% จะเกิดในประเทศไทย แต่ปัจจุบันมีถึง 5% ที่อาศัยอยู่ในไทย ขณะที่อีก 4% อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้านช่วงอายุ พบว่านักเดินทางที่เดินทางมากที่สุดในโลกไม่ได้มีเพียงกลุ่มผู้เกษียณอายุ โดย 69% ของผู้เข้าร่วมงานมีอายุระหว่าง 30–59 ปี ซึ่งกลุ่มอายุ 40–49 ปีมีสัดส่วนมากที่สุดที่ 26% ขณะที่ 24% มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และในจำนวนนี้ 2% มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป
ชีวิตบนเส้นทางแห่งการเดินทาง
โดยเฉลี่ย ผู้เข้าร่วมงานใช้เวลาเดินทางห่างจากบ้านประมาณ 4 เดือนต่อปี จ่ายค่าที่พักประมาณ 100 คืน เดินทางด้วยเที่ยวบินราว 35 ช่วงการเดินทาง (Flight Segments) และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเดินทางที่เดินทางบ่อยมีตัวเลขสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก โดยพบว่า
- 57% เดินทางตั้งแต่ 120 วันขึ้นไปต่อปี และ 15% เดินทางตั้งแต่ 270 วันขึ้นไป
- 67% จ่ายค่าที่พักตั้งแต่ 90 คืนขึ้นไปต่อปี
- 69% เดินทางด้วยเที่ยวบินตั้งแต่ 30 ช่วงการเดินทางขึ้นไปต่อปี ขณะที่ 8% เดินทางตั้งแต่ 120 ช่วงการเดินทางขึ้นไป
- 49% มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางตั้งแต่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไปต่อปี และ 7% ใช้จ่ายตั้งแต่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป
นักเดินทางที่เดินทางบ่อยที่สุดหลายคนระบุว่า ไมล์สะสมจากสายการบินและคะแนนสะสมจากโรงแรมเป็นแหล่งสำคัญที่ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานบางส่วนเลือกไม่เปิดเผยค่าใช้จ่าย โดยให้คำตอบเพียงว่า “มากเกินไป” หรือ “ไม่อยากรู้เลยว่าหมดไปเท่าไร”
จุดหมายปลายทางที่นักเดินทางผู้มากประสบการณ์ยังคงใฝ่ฝันอยากไปเยือน
เมื่อถามถึงจุดหมายปลายทางในฝัน นักเดินทางที่เดินทางมาแล้วทั่วโลกกลับเลือกสถานที่ที่คนส่วนใหญ่แทบไม่เคยนึกถึง โดยทวีปแอนตาร์กติกาและขั้วโลกใต้เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด (9%) รองลงมาคือหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น โตเกเลา นาอูรู และวานูอาตู (7%) ตามด้วยเกาหลีเหนือ (6%) และญี่ปุ่น (6%)
ส่วนกรีนแลนด์และภูมิภาคอาร์กติก เยเมนและเกาะโซโคตรา รวมถึงเอเชียกลาง ต่างได้รับความสนใจในสัดส่วนเท่ากันที่ 5%
สำหรับผู้เข้าร่วมงาน 4% โลกใบนี้อาจไม่เพียงพอสำหรับการเดินทางอีกต่อไป เพราะพวกเขาระบุจุดหมายปลายทางในฝันเป็นอวกาศ ดาวอังคาร หรือดวงจันทร์
นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ระบุสถานที่อันห่างไกลและเข้าถึงได้ยาก เช่น เกาะทริสตันดาคูนา เกาะบูเว และบีร์ตาวิล ซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลทรายระหว่างอียิปต์กับซูดานที่ไม่มีประเทศใดอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของอีกด้วย
หลากหลายเรื่องราวการเดินทาง ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลข
เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้การเดินทางของพวกเขาแตกต่าง ผู้เข้าร่วมงานต่างแบ่งปันประสบการณ์และเรื่องราวการเดินทางที่น่าสนใจ ซึ่งสะท้อนถึงเป้าหมายและความท้าทายที่แต่ละคนเคยพบเจอ อาทิ
- ชาวไนจีเรียคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในนักเดินทางที่เดินทางมากที่สุดในโลก โดยใช้หนังสือเดินทางไนจีเรียเพียงเล่มเดียว และเดินทางไปเยือนมาแล้วกว่า 100 ประเทศ
- ชาวฟิลิปปินส์คนแรกที่เดินทางครบทั้ง 193 ประเทศ โดยใช้หนังสือเดินทางฟิลิปปินส์
- ผู้หญิงชาวตุรกีคนแรกที่เดินทางครบทั้ง 193 ประเทศ
- นักเดินทางที่เคยนั่งรถไฟเหาะใน 90 ประเทศสมาชิก UN รวมถึงผู้ที่ตั้งเป้าชมการแข่งขันฟุตบอลหรือเข้ารับบริการโกนหนวดจากช่างตัดผมท้องถิ่นในทุกประเทศที่เดินทางไปเยือน
- นักเดินทางที่ใช้เวลาเกือบ 10 ปี เดินทางผ่านทุกประเทศทั่วโลกโดยไม่ขึ้นเครื่องบินและไม่เดินทางกลับบ้านระหว่างทาง
- นักเดินทางที่เคยพักอาศัยกับเจ้าของบ้านผ่าน Couchsurfing ใน 170 ประเทศ
- นักเดินทางที่เดินทางครบทุกประเทศ รวมถึงขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ และอวกาศ
- นักเดินทางที่เคยเล่นปี่สก็อต (Bagpipes) ในกว่า 130 ประเทศ
- นักมายากลที่เดินทางรอบโลกและเคยแสดงมายากลในสถานที่หลากหลาย ตั้งแต่เกาหลีเหนือ พื้นที่ไฮแลนด์ของปาปัวนิวกินี ไปจนถึงเรือนจำในอเมริกากลาง
- ครอบครัวหนึ่งที่สรุปประสบการณ์การเดินทางของตนเองไว้ในประโยคสั้น ๆ ว่า “คุณแม่หนึ่งคน ลูกสามคน 193 ประเทศ”
ชุมชนคนรักการเดินทางที่ไม่เหมือนใคร
ริค กาซาเรียน (Ric Gazarian) ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้จัดงาน Extraordinary Travel Festival กล่าวว่า “ผู้คนมักตั้งคำถามว่าใครคือนักเดินทางที่เข้าร่วมงานนี้ และตอนนี้เรามีข้อมูลที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นใครบ้าง ผู้เข้าร่วมงานมากกว่าครึ่งเคยเดินทางไปแล้วกว่า 100 ประเทศ และหนึ่งในหกเดินทางครบทุกประเทศทั่วโลก
แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดคือ หนึ่งในสามของผู้เข้าร่วมงานไม่ได้ให้ความสำคัญกับการนับจำนวนประเทศ แต่เลือกออกเดินทางเพื่อค้นหาประสบการณ์ นี่คือหัวใจสำคัญของ ETF เพราะไม่ว่าคุณจะเดินทางมาแล้ว 50 ประเทศ หรือครบทั้ง 193 ประเทศ คุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งนี้ได้เสมอ”






