1 min read

“แรนซัมแวร์ระบาดทั่วโลก กระตุ้นดีมานด์ระบบสำรองข้อมูล Synology ActiveProtectชูจุดแข็ง Cyber Security” 

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Casio บริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นประสบเหตุการณ์ทางไซเบอร์ ส่งผลให้ระบบขัดข้องเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ และมีการเข้าถึงข้อมูลพนักงานและลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุการณ์นี้เป็นภาพสะท้อนของสถานการณ์ที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง องค์กรต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทีมงานด้าน IT ของหลาย ๆ องค์กรยังคงเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนในการผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตหลายรายเพื่อสร้างโซลูชัน การจัดการกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ยุ่งยาก ในปี 2025 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนและดำเนินการมาตรการปกป้องข้อมูลเชิงรุก จะสามารถลดผลกระทบจากภัยคุกคามเหล่านี้และรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจได้

หลาย ๆ ประเทศได้มีการออกกฎหมายใหม่หรือปรับปรุงกฎหมายในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ PDPA หน่วยงานที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 1 ล้านบาท หากใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และสูงสุดถึง 5 ล้านบาท สำหรับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนโดยผิดกฎหมาย ด้วยเหตุที่แรนซัมแวร์ (ransomware) อาจก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างร้ายแรงต่อธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ จึงเร่งมองหาโซลูชันเพื่อเสริมการปกป้องข้อมูลและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยไซเบอร์

ชานดา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์สำรองข้อมูลของ Synology เปิดเผยว่า ActiveProtect สามารถปิดช่องโหว่ทางไซเบอร์ขององค์กรหลักๆ 3 ด้าน เพื่อเสริมเกาะป้องกันทางไซเบอร์ ให้กับองค์กร คือ

1.                    Role-Based Access Control  กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาทหน้าที่ รองรับการเชื่อมต่อ Windows AD/LDAP ลดความเสี่ยงจากการกำหนดสิทธิ์ผิดพลาด

2.  Device access management IP Restriction จำกัดการเข้าถึง Backup Server ให้เฉพาะ IP ที่ได้รับอนุญาต ป้องกันการโจมตีจากภายนอก

3. Physical Isolation & Offline Backup  นอกจากการทำแบ็คอัพแบบ 3-2-1 แล้ว (เก็บข้อมูล 3 ชุด บนสื่อ 2 ประเภท และ 1 ชุดนอกสถานที่) องค์กรควรมีการทำ Offline backup เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นเมื่อเซิร์ฟเวอร์ถูกตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่าย โอกาสถูกโจมตีก็จะลดลงทันที ทำให้องค์กรสามารถกู้คืนข้อมูลได้ทันทีหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน    

ActiveProtect รวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ในเครื่องเดียว ช่วยให้ทีม IT ไม่ต้องประกอบระบบเอง พร้อมระบบปฏิบัติการในตัวสำหรับแบ็คอัพ กู้คืน และจัดการข้อมูลข้ามไซต์ และยังช่วยให้แอดมินจัดการเซิร์ฟเวอร์แบ็คอัพได้มากถึง 2,500 เครื่อง ควบคุม Workload ได้สูงสุด 150,000 งาน

Big data. Information concept. 3D render

นอกจากนี้ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ ActiveProtect ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ประกอบด้วย Backup พร้อม Deduplication Technology (การขจัดข้อมูลซ้ำซ้อน) ประหยัดแบนด์วิธ และตอบโจทย์การกู้คืนข้อมูลอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบข้อมูลด้วย Btrfs checksums ช่วยตรวจสอบและซ่อมแซมข้อมูลเสียหายแบบอัตโนมัติ องค์กรยังสามารถทำสภาพแวดล้อมแบบ Sandbox เพื่อ ทดสอบการกู้คืนข้อมูลโดยไม่กระทบระบบจริง เพิ่มความมั่นใจในแผนกู้ข้อมูล

องค์กรสามารถตรวจสอบข้อมูลสำรองโดยการสร้างวิดีโอเพื่อยืนยันว่าองค์กรสามารถกู้คืนข้อมูลจากภัยพิบัติได้ องค์กรสามารถกู้คืนทั้งระบบ, ไฟล์เดี่ยว, physical-to-virtual (P2V) และ virtual-to-virtual (V2V) ตามเป้าหมายเวลาในการกู้คืน (RTO) ในกรณีที่เกิดการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์

“เป้าหมายของเราคือการก้าวข้ามการจัดเก็บข้อมูลแบบดั้งเดิมและให้บริการโซลูชันการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยและครบวงจร ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการกับความท้าทายด้านข้อมูลของพวกเขาด้วยความมั่นใจและง่ายดาย” ฟิลิป วองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ประธาน Synology กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน Synology ให้บริการลูกค้าธุรกิจกว่า 260,000 รายทั่วโลก ครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ การเงิน การผลิต การบิน การป้องกัน และอื่น ๆ มากกว่าครึ่งหนึ่งของบริษัทใน Fortune 500 ให้ความไว้วางใจในโซลูชันของ Synology สำหรับการดำเนินงานประจำวันของพวกเขา และ Synology ยังได้รับคะแนนรวมถึง 4.7 จาก 5 ในรายงาน 2025 Gartner Voice of the Customer 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *